TH · th-TH · อัปเดต 28 กันยายน 2569 · อ่าน 6 นาที

รางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล จ่ายเท่าไหร่

เลขท้าย 2 ตัวจ่าย 2,000 บาทต่อฉบับ และเป็นรางวัลที่มีโอกาสถูกสูงที่สุดคือ 1 ใน 100 ส่วนรางวัลที่ 1 จ่าย 6,000,000 บาท เงินรางวัลทุกชั้นถูกหักอากรแสตมป์ตามกฎหมายก่อนจ่ายจริง

หน้านี้รวมโครงสร้างรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งเก้าชั้น พร้อมโอกาสของแต่ละรางวัล และสิ่งที่ถูกหักออกก่อนเงินถึงมือคุณ

โครงสร้างรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล

สลากกินแบ่งรัฐบาลมีรางวัลหลายชั้น ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ลงมาถึงเลขท้าย 2 ตัว ซึ่งเป็นรางวัลที่คนถูกมากที่สุดเพราะมีโอกาสสูงที่สุดในบรรดารางวัลทั้งหมด ตารางด้านล่างคือโครงสร้างที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศไว้

รางวัลจำนวนรางวัลต่อชุดเงินรางวัลต่อหนึ่งฉบับ
รางวัลที่ 116,000,000 บาท
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 12100,000 บาท
รางวัลที่ 25200,000 บาท
รางวัลที่ 31080,000 บาท
รางวัลที่ 45040,000 บาท
รางวัลที่ 510020,000 บาท
เลขหน้า 3 ตัว (เสี่ยง 2 ครั้ง)2,0004,000 บาท
เลขท้าย 3 ตัว (เสี่ยง 2 ครั้ง)2,0004,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว (เสี่ยง 1 ครั้ง)10,0002,000 บาท
รวมทั้งชุด14,16848,000,000 บาท

ช่องที่คนอ่านผิดบ่อยที่สุดคือสามแถวล่าง ตัวเลข 2 ครั้งและ 1 ครั้งที่เห็นตามเว็บทั่วไปคือจำนวนรอบที่จับรางวัลนั้น ไม่ใช่จำนวนรางวัล เลขท้าย 3 ตัวจับสองรอบ แต่ละรอบตรงกับสลาก 1,000 ฉบับในหนึ่งล้านฉบับ จึงมี 2,000 รางวัล ส่วนเลขท้าย 2 ตัวจับรอบเดียว แต่เลขสองหลักหนึ่งชุดตรงกับสลาก 10,000 ฉบับ จึงมีถึง 10,000 รางวัลต่อชุด

ตัวเลขสองตัวในแถวล่างสุดตรวจสอบกันเองได้ บวกจำนวนรางวัลทุกแถวได้ 14,168 และคูณจำนวนกับเงินรางวัลแล้วรวมกันได้ 48,000,000 บาท ซึ่งตรงกับที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุไว้เองทั้งสองจำนวน ถ้าตารางจากที่ไหนก็ตามบวกแล้วไม่ได้สองจำนวนนี้ แปลว่าตารางนั้นผิด

ที่มา: สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล glo.or.th หน้าสลากดิจิทัล ตารางรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก (Lottery 6 : L6) และข้อความ "สลากกินแบ่งรัฐบาลหกหลัก แบบดิจิทัล 1 ชุด มีทั้งหมด 14,168 รางวัล รวมมูลค่า 48,000,000 บาท" อ่านเมื่อ 22 กันยายน 2569

เลขท้าย 2 ตัว ได้เท่าไหร่

เลขท้าย 2 ตัวจ่าย 2,000 บาทต่อสลากหนึ่งฉบับ ราคาสลากอยู่ที่ 80 บาทต่อฉบับ ดังนั้นการถูกเลขท้าย 2 ตัวหนึ่งครั้งจึงคืนทุนได้ประมาณ 25 ฉบับ

โอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวคือ 1 ใน 100 ต่อหนึ่งฉบับ เพราะมีความเป็นไปได้ 100 แบบตั้งแต่ 00 ถึง 99 นี่คือรางวัลที่มีโอกาสสูงที่สุดในโครงสร้างทั้งหมด

เลขท้าย 2 ตัว บนหรือล่าง ต่างกันอย่างไร

คำว่าบนและล่างไม่ได้มาจากสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่มาจากหวยใต้ดิน ซึ่งแยกเลขสองตัวบนจากเลขท้ายของรางวัลที่ 1 และเลขสองตัวล่างจากรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ในสลากของรัฐมีเพียงรางวัลเลขท้าย 2 ตัวรางวัลเดียว จ่าย 2,000 บาท ไม่มีการแบ่งบนล่าง

ตาราง 100 ช่องที่ระบายหนึ่งช่อง แสดงว่าเลขท้าย 2 ตัวทุกแบบมีโอกาส 1 ใน 100 เท่ากันทุกงวด รางวัล 2,000 บาทต่อฉบับ เท่ากับค่าสลาก 25 ฉบับ
เลขท้าย 2 ตัวมีความเป็นไปได้ 100 แบบ และทุกแบบมีโอกาสเท่ากัน

เลขที่ออกบ่อยที่สุด มีผลกับงวดหน้าไหม

ไม่มี การออกรางวัลเป็นการสุ่ม และการสุ่มไม่มีความทรงจำ เลขท้าย 2 ตัวทุกแบบมีโอกาส 1 ใน 100 เท่ากันในทุกงวด ไม่ว่าจะเพิ่งออกไปเมื่องวดที่แล้วหรือไม่เคยออกมาหลายปี

สถิติย้อนหลังบอกได้แค่ว่าอะไรเคยเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเลขใดดูเหมือนออกบ่อยกว่าค่าเฉลี่ย นั่นคือความผันผวนตามปกติของกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ไม่ใช่รูปแบบที่นำไปใช้ทำนายได้

ภาษีและค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจากเงินรางวัล

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุอัตราไว้เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เป็นเปอร์เซ็นต์ คือ อากรแสตมป์ 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท คำว่าเศษสำคัญกว่าที่คิด เพราะส่วนที่เหลือไม่ถึง 200 บาทก็ถูกคิดเต็มอีกหนึ่งบาท อัตรานี้จึงเท่ากับ 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ แต่ปัดขึ้นเสมอ

เงินรางวัลคิดเป็นกี่ช่วงละ 200อากรแสตมป์ได้รับจริง
2,000 บาท10 ช่วงพอดี10 บาท1,990 บาท
4,000 บาท20 ช่วงพอดี20 บาท3,980 บาท
20,000 บาท100 ช่วงพอดี100 บาท19,900 บาท
6,000,000 บาท30,000 ช่วงพอดี30,000 บาท5,970,000 บาท

เงินรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกชั้นหารด้วย 200 ลงตัวพอดี การปัดขึ้นจึงไม่มีผลกับตารางนี้ แต่จะมีผลทันทีถ้าเจอเงินรางวัลที่ไม่ลงตัว เช่น กรณีในข้อถัดไปที่เงินรางวัลถูกลดลงตามส่วน

สำหรับสลากการกุศล อัตราที่หักเป็นคนละอัตรา และหน้านี้ไม่ระบุตัวเลขไว้เพราะยังไม่ได้ตรวจจากประกาศของหน่วยงานโดยตรง ถ้าถือสลากการกุศลอยู่ ให้ถามอัตราที่จุดขึ้นเงินก่อนคำนวณ

ที่มา: สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล glo.or.th เงื่อนไขเงินรางวัลข้อ 4 "เจ้าของสลากฯ ที่ขอรับเงินรางวัล ต้องชำระค่าอากรแสตมป์ ในอัตรา 1 บาทของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท" อ่านเมื่อ 22 กันยายน 2569

ตัวเลขอัตราและวิธีคำนวณเปลี่ยนแปลงได้ตามกฎหมาย จึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือกรมสรรพากรก่อนคำนวณยอดที่จะได้รับ

ที่มา: สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ซึ่งเป็นผู้ประกาศโครงสร้างรางวัลและอัตราที่หัก ตรวจสอบตัวเลขล่าสุดได้ที่ glo.or.th

โอกาสของแต่ละรางวัลต่างกันแค่ไหน

ตัวเลขเงินรางวัลบอกแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง อีกครึ่งคือจำนวนรางวัลที่มีอยู่ ซึ่งกำหนดว่าโอกาสถูกของแต่ละชั้นห่างกันมากแค่ไหน รางวัลที่ 1 มีเพียงรางวัลเดียวต่อชุด ในขณะที่เลขท้าย 2 ตัวมีผู้ถูกรางวัลจำนวนมากในทุกงวด

วิธีมองที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ดูจำนวนรางวัลควบคู่กับเงินรางวัลเสมอ รางวัลที่จ่ายสูงคือรางวัลที่มีน้อย และรางวัลที่ถูกง่ายคือรางวัลที่จ่ายน้อย นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ตายตัวในทุกระบบสลาก ไม่ใช่เฉพาะของไทย

เมื่อรู้จำนวนรางวัลที่ถูกต้องแล้ว โอกาสคำนวณได้ตรง ๆ สลากหกหลักมีหมายเลขที่เป็นไปได้ตั้งแต่ 000000 ถึง 999999 คือหนึ่งล้านหมายเลข เอาจำนวนรางวัลของแต่ละชั้นหารด้วยหนึ่งล้าน ก็ได้โอกาสต่อสลากหนึ่งฉบับ

กราฟแท่งจำนวนรางวัลต่อสลากหนึ่งชุด รางวัลที่ 1 มี 1 รางวัล ไปจนถึงเลขท้าย 2 ตัว 10,000 รางวัล สามชั้นล่างรวม 14,000 จาก 14,168 รางวัล
แถบยาวคือรางวัลที่มีจำนวนมาก สามชั้นล่างรวมกันคือรางวัลเกือบทั้งหมดที่มีอยู่
รางวัลจำนวนต่อชุดโอกาสต่อหนึ่งฉบับ
รางวัลที่ 111 ใน 1,000,000
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 121 ใน 500,000
รางวัลที่ 251 ใน 200,000
รางวัลที่ 3101 ใน 100,000
รางวัลที่ 4501 ใน 20,000
รางวัลที่ 51001 ใน 10,000
เลขหน้า 3 ตัว2,0001 ใน 500
เลขท้าย 3 ตัว2,0001 ใน 500
เลขท้าย 2 ตัว10,0001 ใน 100
ถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง14,168ประมาณ 1 ใน 71

แถวล่างสุดเป็นตัวเลขที่คนไม่ค่อยเห็น สลากประมาณหนึ่งฉบับในทุก 71 ฉบับถูกรางวัลอะไรสักอย่าง ซึ่งฟังดูสูงกว่าที่หลายคนคิด แต่รางวัลที่ถูกราว 7 ใน 10 ในจำนวนนั้นคือเลขท้าย 2 ตัวที่จ่าย 2,000 บาท ไม่ใช่รางวัลใหญ่ ความรู้สึกว่า "แถวบ้านมีคนถูกบ่อย" จึงไม่ได้ขัดกับตัวเลข ส่วนใหญ่มันคือเลขท้าย 2 ตัว

ตาราง 71 ช่องที่ระบายหนึ่งช่อง แสดงว่าสลากราว 1 ใน 71 ฉบับถูกรางวัลอะไรสักอย่าง จาก 14,168 รางวัลต่อชุด ในนั้น 10,000 รางวัลคือเลขท้าย 2 ตัว
ช่องทั้งหมด 71 ช่อง ช่องเดียวที่เติมสีคือสัดส่วนของสลากที่ถูกรางวัลอะไรสักอย่าง

ถ้าสลากขายไม่หมด เงินรางวัลจะลดลงตามส่วน

เงื่อนไขข้อนี้อยู่ในประกาศของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง และแทบไม่มีเว็บไหนเขียนถึง ตัวเลขในตารางด้านบนเป็นเงินรางวัลเมื่อสลากชุดนั้นขายหมด ถ้าขายไม่หมด เงินรางวัลแต่ละรางวัลจะถูกลดลงตามสัดส่วนที่ขายได้จริง ไม่ใช่ว่ารางวัลใหญ่ยังเต็มจำนวนแล้วไปตัดรางวัลเล็กออก

ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ ตัวเลข 6,000,000 บาทเป็นเพดาน ไม่ใช่คำมั่น และในงวดที่ลดตามส่วน เงินรางวัลอาจไม่ลงตัวด้วย 200 ซึ่งเป็นจุดเดียวที่การปัดเศษของอากรแสตมป์เริ่มมีผลจริง

ที่มา: สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล glo.or.th เงื่อนไขเงินรางวัลข้อ 2 "ถ้าสลากฯ ขายไม่หมด เงินรางวัลหนึ่งๆ ต้องลดลงตามส่วน" อ่านเมื่อ 22 กันยายน 2569

คิดเป็นตัวเงินแล้วคุ้มหรือไม่

สลากราคา 80 บาทต่อฉบับ การถูกเลขท้าย 2 ตัวหนึ่งครั้งได้ 2,000 บาท เท่ากับค่าสลาก 25 ฉบับ ถ้าซื้อฉบับเดียวทุกงวดและถูกเลขท้าย 2 ตัวตามอัตราความน่าจะเป็น คือประมาณหนึ่งครั้งในทุก 100 งวด ตัวเลขจะไม่สมดุลกัน และนั่นคือส่วนต่างที่ระบบสลากดำรงอยู่ได้

มีวิธีคิดที่ตรงกว่านั้น และคำนวณได้จากตัวเลขสองจำนวนที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศเอง สลากหนึ่งชุดมีหนึ่งล้านฉบับ ราคาปลีกที่กฎหมายกำหนดคือฉบับละ 80 บาท ถ้าขายหมดทั้งชุดจะเป็นเงิน 80,000,000 บาท ส่วนเงินรางวัลทั้งชุดคือ 48,000,000 บาท

หารกันแล้วได้ 60 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือโดยเฉลี่ยแล้วทุก 80 บาทที่จ่ายไป จะมีประมาณ 48 บาทไหลกลับมาหาผู้ซื้อทั้งหมดรวมกันในรูปเงินรางวัล ส่วนที่เหลือคือส่วนต่างที่ไปเป็นรายได้แผ่นดิน ค่าจำหน่าย และค่าดำเนินการ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความลับและไม่ได้แปลว่าใครโกง แต่มันเป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้อสลากยาว ๆ จึงไม่ใช่การลงทุน

ข้อสรุปไม่ใช่ว่าห้ามซื้อ แต่คือให้มองเงินที่จ่ายเป็นค่าความบันเทิงที่จ่ายไปแล้ว ไม่ใช่การลงทุนที่รอผลตอบแทน คนที่สนุกกับการลุ้นและตั้งงบไว้ล่วงหน้า จะไม่เดือดร้อนไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 คืออะไร

รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 ให้กับสลากที่มีหมายเลขติดกับหมายเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 คือเลขก่อนหน้าหนึ่งหมายเลขและเลขถัดไปหนึ่งหมายเลข จึงมีสองรางวัลต่อชุด รางวัลละ 100,000 บาท

นี่คือเหตุผลที่คนซื้อสลากแล้วพบว่าเลขของตัวเองห่างจากรางวัลที่ 1 อยู่หนึ่งหลัก แล้วยังได้เงิน หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการปลอบใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็นรางวัลที่ประกาศไว้ในโครงสร้างตั้งแต่ต้น

เลขหน้า 3 ตัว กับ เลขท้าย 3 ตัว ต่างกันอย่างไร

ทั้งสองรางวัลจ่ายเท่ากันคือรางวัลละ 4,000 บาท และจับรางวัลอย่างละสองครั้ง จึงมีอย่างละ 2,000 รางวัลต่อชุด ความต่างอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเลขที่นำมาเทียบ เลขหน้า 3 ตัวดูจากสามหลักแรกของหมายเลขสลาก ส่วนเลขท้าย 3 ตัวดูจากสามหลักสุดท้าย

ผู้ซื้อจำนวนมากตรวจเฉพาะเลขท้ายแล้วทิ้งสลากไป ทั้งที่ยังมีรางวัลเลขหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจ ก่อนจะทิ้งสลากใบไหน ควรไล่ตรวจให้ครบทั้งเก้าชั้น ไม่ใช่แค่ชั้นที่จำได้

คำถามที่พบบ่อย

ถูกเลขท้าย 2 ตัว คุ้มกับค่าสลากไหม
โดยเฉลี่ยไม่คุ้ม เลขท้าย 2 ตัวถูกราวหนึ่งครั้งในทุก 100 ฉบับ ได้ 2,000 บาท ขณะที่สลาก 100 ฉบับมีราคา 8,000 บาท
เลขท้าย 2 ตัว รางวัลละกี่บาท
2,000 บาทต่อฉบับ เมื่อเทียบกับราคาสลาก 80 บาท เท่ากับคืนทุนได้ประมาณ 25 ฉบับ
รางวัลที่ 1 ได้เท่าไหร่
6,000,000 บาทต่อหนึ่งฉบับ และมีรางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 อีก 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท
สลากของรัฐมีรางวัลสองตัวล่างไหม
การแบ่งบนล่างมาจากหวยใต้ดิน ไม่ใช่สลากของรัฐ ในสลากกินแบ่งรัฐบาลมีรางวัลเลขท้าย 2 ตัวเพียงรางวัลเดียว
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกบ่อยที่สุดมีโอกาสออกอีกไหม
โอกาสเท่าเดิมคือ 1 ใน 100 การสุ่มไม่มีความทรงจำ สถิติย้อนหลังไม่ได้ทำให้เลขใดมีโอกาสสูงขึ้นในงวดถัดไป
ถูกหวยรัฐบาลเสียภาษีไหม
เงินรางวัลถูกหักอากรแสตมป์ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนจ่าย อัตราสำหรับสลากการกุศลต่างออกไป ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับสำนักงานสลากฯ หรือกรมสรรพากร

อ่านต่อ

ข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 โครงสร้างรางวัลและอัตราที่หักเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อนใช้อ้างอิง 18+