รางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล จ่ายเท่าไหร่
เลขท้าย 2 ตัวจ่าย 2,000 บาทต่อฉบับ และเป็นรางวัลที่มีโอกาสถูกสูงที่สุดคือ 1 ใน 100 ส่วนรางวัลที่ 1 จ่าย 6,000,000 บาท เงินรางวัลทุกชั้นถูกหักอากรแสตมป์ตามกฎหมายก่อนจ่ายจริง
หน้านี้รวมโครงสร้างรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้งเก้าชั้น พร้อมโอกาสของแต่ละรางวัล และสิ่งที่ถูกหักออกก่อนเงินถึงมือคุณ
โครงสร้างรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
สลากกินแบ่งรัฐบาลมีรางวัลหลายชั้น ตั้งแต่รางวัลที่ 1 ลงมาถึงเลขท้าย 2 ตัว ซึ่งเป็นรางวัลที่คนถูกมากที่สุดเพราะมีโอกาสสูงที่สุดในบรรดารางวัลทั้งหมด ตารางด้านล่างคือโครงสร้างที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศไว้
| รางวัล | จำนวนรางวัลต่อชุด | เงินรางวัลต่อหนึ่งฉบับ |
|---|---|---|
| รางวัลที่ 1 | 1 | 6,000,000 บาท |
| รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 | 2 | 100,000 บาท |
| รางวัลที่ 2 | 5 | 200,000 บาท |
| รางวัลที่ 3 | 10 | 80,000 บาท |
| รางวัลที่ 4 | 50 | 40,000 บาท |
| รางวัลที่ 5 | 100 | 20,000 บาท |
| เลขหน้า 3 ตัว (เสี่ยง 2 ครั้ง) | 2,000 | 4,000 บาท |
| เลขท้าย 3 ตัว (เสี่ยง 2 ครั้ง) | 2,000 | 4,000 บาท |
| เลขท้าย 2 ตัว (เสี่ยง 1 ครั้ง) | 10,000 | 2,000 บาท |
| รวมทั้งชุด | 14,168 | 48,000,000 บาท |
ช่องที่คนอ่านผิดบ่อยที่สุดคือสามแถวล่าง ตัวเลข 2 ครั้งและ 1 ครั้งที่เห็นตามเว็บทั่วไปคือจำนวนรอบที่จับรางวัลนั้น ไม่ใช่จำนวนรางวัล เลขท้าย 3 ตัวจับสองรอบ แต่ละรอบตรงกับสลาก 1,000 ฉบับในหนึ่งล้านฉบับ จึงมี 2,000 รางวัล ส่วนเลขท้าย 2 ตัวจับรอบเดียว แต่เลขสองหลักหนึ่งชุดตรงกับสลาก 10,000 ฉบับ จึงมีถึง 10,000 รางวัลต่อชุด
ตัวเลขสองตัวในแถวล่างสุดตรวจสอบกันเองได้ บวกจำนวนรางวัลทุกแถวได้ 14,168 และคูณจำนวนกับเงินรางวัลแล้วรวมกันได้ 48,000,000 บาท ซึ่งตรงกับที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุไว้เองทั้งสองจำนวน ถ้าตารางจากที่ไหนก็ตามบวกแล้วไม่ได้สองจำนวนนี้ แปลว่าตารางนั้นผิด
เลขท้าย 2 ตัว ได้เท่าไหร่
เลขท้าย 2 ตัวจ่าย 2,000 บาทต่อสลากหนึ่งฉบับ ราคาสลากอยู่ที่ 80 บาทต่อฉบับ ดังนั้นการถูกเลขท้าย 2 ตัวหนึ่งครั้งจึงคืนทุนได้ประมาณ 25 ฉบับ
โอกาสถูกเลขท้าย 2 ตัวคือ 1 ใน 100 ต่อหนึ่งฉบับ เพราะมีความเป็นไปได้ 100 แบบตั้งแต่ 00 ถึง 99 นี่คือรางวัลที่มีโอกาสสูงที่สุดในโครงสร้างทั้งหมด
เลขท้าย 2 ตัว บนหรือล่าง ต่างกันอย่างไร
คำว่าบนและล่างไม่ได้มาจากสลากกินแบ่งรัฐบาล แต่มาจากหวยใต้ดิน ซึ่งแยกเลขสองตัวบนจากเลขท้ายของรางวัลที่ 1 และเลขสองตัวล่างจากรางวัลเลขท้าย 2 ตัว ในสลากของรัฐมีเพียงรางวัลเลขท้าย 2 ตัวรางวัลเดียว จ่าย 2,000 บาท ไม่มีการแบ่งบนล่าง
เลขที่ออกบ่อยที่สุด มีผลกับงวดหน้าไหม
ไม่มี การออกรางวัลเป็นการสุ่ม และการสุ่มไม่มีความทรงจำ เลขท้าย 2 ตัวทุกแบบมีโอกาส 1 ใน 100 เท่ากันในทุกงวด ไม่ว่าจะเพิ่งออกไปเมื่องวดที่แล้วหรือไม่เคยออกมาหลายปี
สถิติย้อนหลังบอกได้แค่ว่าอะไรเคยเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากเลขใดดูเหมือนออกบ่อยกว่าค่าเฉลี่ย นั่นคือความผันผวนตามปกติของกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก ไม่ใช่รูปแบบที่นำไปใช้ทำนายได้
ภาษีและค่าธรรมเนียมที่ถูกหักจากเงินรางวัล
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลระบุอัตราไว้เป็นสัดส่วน ไม่ใช่เป็นเปอร์เซ็นต์ คือ อากรแสตมป์ 1 บาท ของเงินรางวัลทุก 200 บาท หรือเศษของ 200 บาท คำว่าเศษสำคัญกว่าที่คิด เพราะส่วนที่เหลือไม่ถึง 200 บาทก็ถูกคิดเต็มอีกหนึ่งบาท อัตรานี้จึงเท่ากับ 0.5 เปอร์เซ็นต์โดยประมาณ แต่ปัดขึ้นเสมอ
| เงินรางวัล | คิดเป็นกี่ช่วงละ 200 | อากรแสตมป์ | ได้รับจริง |
|---|---|---|---|
| 2,000 บาท | 10 ช่วงพอดี | 10 บาท | 1,990 บาท |
| 4,000 บาท | 20 ช่วงพอดี | 20 บาท | 3,980 บาท |
| 20,000 บาท | 100 ช่วงพอดี | 100 บาท | 19,900 บาท |
| 6,000,000 บาท | 30,000 ช่วงพอดี | 30,000 บาท | 5,970,000 บาท |
เงินรางวัลของสลากกินแบ่งรัฐบาลทุกชั้นหารด้วย 200 ลงตัวพอดี การปัดขึ้นจึงไม่มีผลกับตารางนี้ แต่จะมีผลทันทีถ้าเจอเงินรางวัลที่ไม่ลงตัว เช่น กรณีในข้อถัดไปที่เงินรางวัลถูกลดลงตามส่วน
สำหรับสลากการกุศล อัตราที่หักเป็นคนละอัตรา และหน้านี้ไม่ระบุตัวเลขไว้เพราะยังไม่ได้ตรวจจากประกาศของหน่วยงานโดยตรง ถ้าถือสลากการกุศลอยู่ ให้ถามอัตราที่จุดขึ้นเงินก่อนคำนวณ
ตัวเลขอัตราและวิธีคำนวณเปลี่ยนแปลงได้ตามกฎหมาย จึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้อยู่ในปัจจุบันกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลหรือกรมสรรพากรก่อนคำนวณยอดที่จะได้รับ
โอกาสของแต่ละรางวัลต่างกันแค่ไหน
ตัวเลขเงินรางวัลบอกแค่ครึ่งเดียวของเรื่อง อีกครึ่งคือจำนวนรางวัลที่มีอยู่ ซึ่งกำหนดว่าโอกาสถูกของแต่ละชั้นห่างกันมากแค่ไหน รางวัลที่ 1 มีเพียงรางวัลเดียวต่อชุด ในขณะที่เลขท้าย 2 ตัวมีผู้ถูกรางวัลจำนวนมากในทุกงวด
วิธีมองที่ตรงไปตรงมาที่สุดคือ ดูจำนวนรางวัลควบคู่กับเงินรางวัลเสมอ รางวัลที่จ่ายสูงคือรางวัลที่มีน้อย และรางวัลที่ถูกง่ายคือรางวัลที่จ่ายน้อย นี่เป็นความสัมพันธ์ที่ตายตัวในทุกระบบสลาก ไม่ใช่เฉพาะของไทย
เมื่อรู้จำนวนรางวัลที่ถูกต้องแล้ว โอกาสคำนวณได้ตรง ๆ สลากหกหลักมีหมายเลขที่เป็นไปได้ตั้งแต่ 000000 ถึง 999999 คือหนึ่งล้านหมายเลข เอาจำนวนรางวัลของแต่ละชั้นหารด้วยหนึ่งล้าน ก็ได้โอกาสต่อสลากหนึ่งฉบับ
| รางวัล | จำนวนต่อชุด | โอกาสต่อหนึ่งฉบับ |
|---|---|---|
| รางวัลที่ 1 | 1 | 1 ใน 1,000,000 |
| รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 | 2 | 1 ใน 500,000 |
| รางวัลที่ 2 | 5 | 1 ใน 200,000 |
| รางวัลที่ 3 | 10 | 1 ใน 100,000 |
| รางวัลที่ 4 | 50 | 1 ใน 20,000 |
| รางวัลที่ 5 | 100 | 1 ใน 10,000 |
| เลขหน้า 3 ตัว | 2,000 | 1 ใน 500 |
| เลขท้าย 3 ตัว | 2,000 | 1 ใน 500 |
| เลขท้าย 2 ตัว | 10,000 | 1 ใน 100 |
| ถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง | 14,168 | ประมาณ 1 ใน 71 |
แถวล่างสุดเป็นตัวเลขที่คนไม่ค่อยเห็น สลากประมาณหนึ่งฉบับในทุก 71 ฉบับถูกรางวัลอะไรสักอย่าง ซึ่งฟังดูสูงกว่าที่หลายคนคิด แต่รางวัลที่ถูกราว 7 ใน 10 ในจำนวนนั้นคือเลขท้าย 2 ตัวที่จ่าย 2,000 บาท ไม่ใช่รางวัลใหญ่ ความรู้สึกว่า "แถวบ้านมีคนถูกบ่อย" จึงไม่ได้ขัดกับตัวเลข ส่วนใหญ่มันคือเลขท้าย 2 ตัว
ถ้าสลากขายไม่หมด เงินรางวัลจะลดลงตามส่วน
เงื่อนไขข้อนี้อยู่ในประกาศของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเอง และแทบไม่มีเว็บไหนเขียนถึง ตัวเลขในตารางด้านบนเป็นเงินรางวัลเมื่อสลากชุดนั้นขายหมด ถ้าขายไม่หมด เงินรางวัลแต่ละรางวัลจะถูกลดลงตามสัดส่วนที่ขายได้จริง ไม่ใช่ว่ารางวัลใหญ่ยังเต็มจำนวนแล้วไปตัดรางวัลเล็กออก
ผลที่ตามมาในทางปฏิบัติคือ ตัวเลข 6,000,000 บาทเป็นเพดาน ไม่ใช่คำมั่น และในงวดที่ลดตามส่วน เงินรางวัลอาจไม่ลงตัวด้วย 200 ซึ่งเป็นจุดเดียวที่การปัดเศษของอากรแสตมป์เริ่มมีผลจริง
คิดเป็นตัวเงินแล้วคุ้มหรือไม่
สลากราคา 80 บาทต่อฉบับ การถูกเลขท้าย 2 ตัวหนึ่งครั้งได้ 2,000 บาท เท่ากับค่าสลาก 25 ฉบับ ถ้าซื้อฉบับเดียวทุกงวดและถูกเลขท้าย 2 ตัวตามอัตราความน่าจะเป็น คือประมาณหนึ่งครั้งในทุก 100 งวด ตัวเลขจะไม่สมดุลกัน และนั่นคือส่วนต่างที่ระบบสลากดำรงอยู่ได้
มีวิธีคิดที่ตรงกว่านั้น และคำนวณได้จากตัวเลขสองจำนวนที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลประกาศเอง สลากหนึ่งชุดมีหนึ่งล้านฉบับ ราคาปลีกที่กฎหมายกำหนดคือฉบับละ 80 บาท ถ้าขายหมดทั้งชุดจะเป็นเงิน 80,000,000 บาท ส่วนเงินรางวัลทั้งชุดคือ 48,000,000 บาท
หารกันแล้วได้ 60 เปอร์เซ็นต์ นั่นคือโดยเฉลี่ยแล้วทุก 80 บาทที่จ่ายไป จะมีประมาณ 48 บาทไหลกลับมาหาผู้ซื้อทั้งหมดรวมกันในรูปเงินรางวัล ส่วนที่เหลือคือส่วนต่างที่ไปเป็นรายได้แผ่นดิน ค่าจำหน่าย และค่าดำเนินการ ตัวเลขนี้ไม่ใช่ความลับและไม่ได้แปลว่าใครโกง แต่มันเป็นเหตุผลว่าทำไมการซื้อสลากยาว ๆ จึงไม่ใช่การลงทุน
ข้อสรุปไม่ใช่ว่าห้ามซื้อ แต่คือให้มองเงินที่จ่ายเป็นค่าความบันเทิงที่จ่ายไปแล้ว ไม่ใช่การลงทุนที่รอผลตอบแทน คนที่สนุกกับการลุ้นและตั้งงบไว้ล่วงหน้า จะไม่เดือดร้อนไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 คืออะไร
รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 ให้กับสลากที่มีหมายเลขติดกับหมายเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 คือเลขก่อนหน้าหนึ่งหมายเลขและเลขถัดไปหนึ่งหมายเลข จึงมีสองรางวัลต่อชุด รางวัลละ 100,000 บาท
นี่คือเหตุผลที่คนซื้อสลากแล้วพบว่าเลขของตัวเองห่างจากรางวัลที่ 1 อยู่หนึ่งหลัก แล้วยังได้เงิน หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นการปลอบใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็นรางวัลที่ประกาศไว้ในโครงสร้างตั้งแต่ต้น
เลขหน้า 3 ตัว กับ เลขท้าย 3 ตัว ต่างกันอย่างไร
ทั้งสองรางวัลจ่ายเท่ากันคือรางวัลละ 4,000 บาท และจับรางวัลอย่างละสองครั้ง จึงมีอย่างละ 2,000 รางวัลต่อชุด ความต่างอยู่ที่ตำแหน่งของตัวเลขที่นำมาเทียบ เลขหน้า 3 ตัวดูจากสามหลักแรกของหมายเลขสลาก ส่วนเลขท้าย 3 ตัวดูจากสามหลักสุดท้าย
ผู้ซื้อจำนวนมากตรวจเฉพาะเลขท้ายแล้วทิ้งสลากไป ทั้งที่ยังมีรางวัลเลขหน้าที่ยังไม่ได้ตรวจ ก่อนจะทิ้งสลากใบไหน ควรไล่ตรวจให้ครบทั้งเก้าชั้น ไม่ใช่แค่ชั้นที่จำได้
คำถามที่พบบ่อย
ถูกเลขท้าย 2 ตัว คุ้มกับค่าสลากไหม
เลขท้าย 2 ตัว รางวัลละกี่บาท
รางวัลที่ 1 ได้เท่าไหร่
สลากของรัฐมีรางวัลสองตัวล่างไหม
เลขท้าย 2 ตัวที่ออกบ่อยที่สุดมีโอกาสออกอีกไหม
ถูกหวยรัฐบาลเสียภาษีไหม
อ่านต่อ
ข้อมูล ณ วันที่ 22 กันยายน 2569 โครงสร้างรางวัลและอัตราที่หักเปลี่ยนแปลงได้ ตรวจสอบกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลก่อนใช้อ้างอิง 18+